Information
เด็กดีบุกพังงาวิทยายน สพม.14 สร้างชื่อเสียงคว้ารางวัล“ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากต้นยางนา” ประเทศมาเลเซีย
       นักเรียนโรงเรียนดีบุกพังงาวิทยายน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 14 (พังงา ภูเก็ต ระนอง ) มองเห็นคุณค่าและประโยชน์ของต้นยางนา ซึ่งเป็นต้นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ พบเห็นได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย แต่ในปัจจุบันเริ่มจะไม่ค่อยมีให้เห็นบ่อยนัก เนื่องจากมีจำนวนน้อยลง จึงได้ทำเป็นโครงงาน ศึกษาค้นคว้า หาวิธีการแนวทาง ในการนำส่วนประกอบของต้นยางนามาพัฒนาให้สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น โดยการนำส่วนประกอบของต้นยางนา ได้แก่ ใบ และน้ำมันยาง มาสกัดโดยใช้เวลาในการศึกษาคิดค้น และพัฒนา ประมาณ 4 ปี จึงนำมาสู่การทำ“ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากต้นยางนา” โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการ Move World Together : เคลื่อนโลกไปด้วยกัน ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสารสกัดต้นยางนา ได้แก่ สบู่เหลว สบู่ก้อนกลีเซอร์รีน ทำจากสารสกัดใบยางนา มีคุณสมบัติช่วยให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณดีขึ้น มีสารแอนติออกซิแดนท์เทียบเท่าวิตามินซี ต้านอนุมูลอิสระ ลดรอยเหี่ยวย่น ให้ความกระจ่างใส สเปรย์ใช้นวดผ่อนคลาย และลูกกลิ้งใช้ทานวดแก้ปวดเมื่อยและทาแก้ยุงกัด สกัดจากน้ำมันยางนา และเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา นักเรียนโรงเรียนดีบุกพังงาวิทยายนได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนเข้าร่วมประกวดและจัดนิทรรศการ ผลงานสิ่งประดิษฐ์ ในงาน “The 27th Internationnal Invention & Innovation Exhibition ( ITEX2016) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย คว้ารางวัลเหรียญทอง ประเภท Personal-Care-Products และรางวัลพิเศษ 2 รางวัล ได้แก่ Speacial Award จาก Asia Invention Association (AIA) ประเทศเกาหลี และรางวัล Honor of Innovation จาก World Invention Intellectual Property Associations (WIIPA) ประเทศไต้หวัน สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย นักเรียนที่ร่วมทำโครงงานชิ้นนี้ ได้แก่ นางสาวกิ่งกาญจน์ หิรัญรัตน์ นายพชร ลิ่มสกุล นางสาว พลอยพรรณ นิจผล นางสาวนฤมล เฉี้ยฉุ้น นายจักรกฤษณ์ สิงหการ และนางสาวณัฐธยาน์ อมร โดยนักเรียนที่เป็นตัวแทนเข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ จำนวน 2 คน คือ นางสาวกิ่งกาญจน์ หิรัญรัตน์ และนายพชร ลิ่มสกุล มีนางสาวชนิกานต์ สวัสดิวงศ์ เป็นครูผู้ควบคุมดูแล
       นางสาวกิ่งกาญจน์ฯ เล่าว่า ที่มาและสาเหตุที่ได้คิดทำโครงงาน “ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากต้นยางนา” เนื่องจากตนและเพื่อนๆสังเกตเห็นว่าต้นยางนาที่เคยเห็นดอกและใบร่วงลงมาเป็นประจำหลังโรงเรียนหายไป จึงเข้าไปถามชาวบ้านหลังโรงเรียนว่าต้นยางนาหายไปไหนหมด ก็ได้รับคำตอบว่าถูกตัดเพื่อเอาไม้ไปขาย จึงคิดหาวิธีการในการอนุรักษ์ต้นยางนาไม่ให้ถูกตัดไม้ไปขาย โดยการเริ่มศึกษาข้อมูลจากชาวบ้านว่าต้นยางนาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง และได้คำตอบจากชาวบ้านว่า ใช้น้ำมันของต้นยางนามาถูนวดเพื่อแก้ปวดเมื่อย และทาแผลทำให้แผลแห้งเร็วกว่าเดิม จึงนำมาคิดและหาวิธีการเพื่อที่จะนำประโยชน์ของต้นยางนา มาทำให้สามารถใช้ได้สะดวกและง่ายขึ้น ยังเป็นการลดการตัดต้นยางนาและสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้ด้วย
       ส่วนนายพชรฯ บอกว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่ได้รางวัลในครั้งนี้ ได้สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนและจังหวัดพังงา การได้รางวัลครั้งนี้ตนและเพื่อนๆทำงาน และทำการบ้านกันอย่างหนัก และตั้งใจ อดทนในการทำงานชิ้นนี้มาก ซึ่งต้องใช้เวลาในการทำโครงงานชิ้นนี้นานมากประมาณ 4 ปี และต้องอดทนกับแรงกดดัน เพื่อที่จะให้ผลงานออกมาดีที่สุด และได้รางวัลในครั้งนี้
       นางสาวชนิกานต์ฯ ซึ่งเป็นครูผู้ฝึกสอนและควบคุม บอกว่าโครงงานนี้เป็นโครงงานด้านเศรษฐศาสตร์ คือ เด็กจะต้องผลิตได้ จำหน่ายได้ มีการแลกเปลี่ยนกระจายรายได้ ในกระบวนการทำเด็กจะต้องมีความพร้อม จะต้องมีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์สำหรับใช้ในการผลิตสินค้า และสามารถขายได้ หลังจากนั้นก็เอาความรู้ไปบอกชาวบ้าน เกี่ยวกับการเพิ่มมูลค่าต้นไม้ ทำให้ชาวบ้านก็มีรายได้ การทำโครงงานนี้เด็กต้องมีความพร้อมจริงๆ โดยเด็กจะต้องใช้ความรู้ในหลายๆด้าน เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากอาจารย์ที่มีความรู้ ความสามารถ ในแต่ละด้าน ให้ความช่วยเหลือเด็ก ในการให้ความรู้ตามที่เด็กต้องการเพื่อใช้ในการทำโครงงาน ทำให้ประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่วางไว้คือคว้ารางวัล มาได้ สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับโรงเรียน
       นายกำจร อุทัยวัจนพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนดีบุกพังงาวิทยายน กล่าวว่า โครงงาน “ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากต้นยางนา” เป็นโครงงานที่ดี ซึ่งได้รับการสนับสนุน จากโครงการ Move World Together และได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการเข้าไปฝึกในการสกัดสาร และฝึกการใช้ภาษาให้กับเด็ก ได้เข้าร่วมประกวดระดับนานาชาติจนได้รับรางวัลเป็นที่ น่าภูมิใจมาก ต้นยางนาเป็นไม้ที่หาได้ยากในปัจจุบัน และต้องใช้เวลานานมาก ประมาณ 20-30 ปี ในการปลูกกว่าต้นจะโต และเหลืออยู่น้อยมาก ซึ่งเราพยายามจะอนุรักษ์และให้ชาวบ้านเห็นคุณค่าและความสำคัญของต้นไม้ชนิดนี้ จากการทำโครงงานนี้ทำให้เด็กได้ประโยชน์ในการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านเศรษฐศาสตร์ รวมไปถึงได้เรียนรู้ด้านภาษา สามารถนำเสนอเวทีนานาชาติด้วยภาษาอังกฤษ ที่เป็นภาษากลางของอาเซียนได้ด้วย และคิดว่านักเรียนจะได้ประสบการณ์ ความรู้นำไปศึกษา ค้นคว้าต่อไป
 
     
     
     

 

หน้าแรก   ||   ข่าวทั้งหมด